งานแต่งงาน (งานเลี้ยงเย็น) มีพิธีการขั้นตอนอะไรยังไงบ้าง ? (Part.3)

Part ที่ 3 นี่จะพูดถึงขั้นตอนสุดท้ายก่อนเสร็จสิ้นพิธีการในงานแต่งช่วงเย็นทั้งหมดนะครับ สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านในสองส่วนแรก ไปตามนี้ได้เลยครับ พิธีการงานแต่งช่วงเย็น Part.1  พิธีการงานแต่งช่วงเย็น Part.2

ในช่วงท้ายนี้จะว่ากันด้วยเรื่องของช่วงโยนดอกไม้ หรือเซอร์ไพร์สต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเซอร์ไพร์สระหว่างเจ้าบ่าว-เจ้าสาว  เซอร์ไพร์สแขกผู้ร่วมงานเป็นต้น เริ่มต้นกันที่
ช่วงโยนดอกไม้
หลังจากที่คู่บ่าวสาวทำพิธีการตัดเค้กและนำมอบให้แก่ญาติผู้ใหญ่ (รวมถึงการรับวไหว้เพื่อเเสดงความขอบคุณแก่ญาติ ผู้ใหญ่) เป็นที่เรียบร้อย ทางพิธีกรก็จะทำหน้าที่เชิญคู่บ่าวสาวขึ้นสู่เวทีอีกครั้งเพื่อทำการโยนดอกไม้
การโยนดอกไม้นั้น ไม่จำเป็นจะต้อง “โยน” จริงๆ ตามชื่อของพิธีก็ได้ หลายคู่จากที่พบเจอมาก็เลือกใช้
แบบโยงริบบิ้นหลายๆเส้นเข้ากับช่อดอกไม้โดยเจ้าสาวเป็นผู้ถือ แล้วให้ผู้ร่วมงานทำการสุ่มเลือกจับริบบิ้นที่มีให้ หรือจะเป็นการโยนสิ่งของที่ไม่ใช่ดอกไม้ เช่น ตุ๊กตา ของขวัญต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการและไอเดียของเจ้าบ่าวเจ้าสาวแต่ละคู่ครับ
ในที่นี้ผมจะพูดถึงเฉพาะในส่วนของการโยนและการใช้ริบบิ้นเป็นหลัก โดยจะพูดถึงข้อดี ส่วนข้อเสียนั้นจริงๆแล้วก็ดีทั้งสองแบบ ผมขอตั้งเป็นข้อสังเกตไว้แทนเพื่อที่เอาไว้ใช้ปรุงปรุงให้ช่วงนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นแล้วกันนะครับ

แบบที่ 1 การโยนช่อดอกไม้

ช่อดอกไม้ ถือเป็นวิธีดั้งเดิมในการส่งมอบเจ้าสาวคนต่อไปก็ว่าได้ครับ โดยช่อดอกไม้ที่ใช้โยนก็จะมีขนาดเล็ก ไม่ใหญ่การตกแต่งช่อต้องไม่รกรุงรังจะเกินไป เพราะเราจำต้องโยนออกไป อาจทำให้เศษดอกไม้ ใบไม้ที่ตกแต่งไว้ปลิวกระจัดกระจายได้ครับ

15941908_1402952879735676_1601580783_n
ข้อดี
– แขกภายในงานได้มีส่วนร่วม (โอกาส) มากกว่าในการรับช่อดอกไม้จากเจ้าสาว ทำให้ได้บรรยากาศและภาพที่สวยงาม

11794586_1688425021389195_6612033688822224148_o

– เจ้าสาวสามารถกำหนดทิศทางคร่าวๆได้ ว่าต้องการให้ดอกไม้ไปในทิศทางไหน (กรณีที่ต้องให้เพื่อน,
คนสนิท ได้ช่อดอกไม้)

ตัวอย่างการทำงานของวงดนตรีกับช่วงการโยนดอกไม้

ข้อสังเกต
      – พิธีกรหรือเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องเชิญชวนให้แขกภายในงานออกมาร่วมในช่วงนี้มากพอ เพื่อที่จะสร้างบรรยากาศและทำให้ได้ภาพที่สวยงาม  เทคนิคคือการระบุ, เรียกชื่อ, กลุ่ม เพื่อนนั้นๆของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวโดยตรง เพื่อให้ออกมาร่วมกับช่วงโยนดอกไม้นี้ครับ
– ผู้ที่ได้รับดอกไม้นั้น จะมีได้เพียงคนเดียว
– จริงอยู่ที่สามารถกำหนดทิศทางได้แต่ในเรื่องของความแรงในการโยน กะลำบากเพราะเจ้าสาวจะต้องยืนหันหลังโยนทำให้กะแรงที่จะใช้โยนลำบากครับ บางทีเเรงเกินไปตกในตำแหน่งอื่น บางทีเบาเกินตกไม่ถึงกลุ่มแขกที่ยืนรอ  ในส่วนนี้อาจจะต้องเช็คระยะรหว่างแขกที่รอรับกับตัวเจ้าสาวผู้โยนไม่ให้ห่างกันเกินไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานที่จัดงานว่ากว้างขวางเพียงใด มีโต๊ะของแขกผู้ร่วมงานแน่นเกินไปหรือเปล่า ซึ่งบางงานจากที่ไปเจอสถานที่แคบและยังมีโต๊ะเบียดเต็มพื้นที่อีก อาจแก้ไขโดยให้แขกภายในงานขึ้นไปบนเวทีแทนแล้วเจ้าสาวโยนจากด้านล่างเวทีขึ้นด้านบนแทนก็ได้เช่นกัน

15995930_1402948449736119_1363001512_n

แบบที่ 2 การใช้ริบบิ้นโยงช่อดอกไม้
การใช้การโยงริบบิ้น แทนการโยนดอกไม้ก็ถือเป็นไอเดียอีกแบบที่น่าสนใจ  โดยช่อดอกไม้ที่ใช้จะมีทั้งแบบเป็นช่อเดียว หรือ เมื่อดึงริบบิ้นแล้วหลุดออกเป็นช่อเล็กๆหลายช่อในกรณีที่อยากให้มีผู้รับหลายๆคน ก็ได้เช่นกัน

16111905_1402954899735474_1828957852_n
ข้อดี
         – มีแขกเข้าร่วมในช่วงนี้เพียงเล็กน้อยให้ครบตามจำนวนริบบิ้นที่โยงไว้กับช่อดอกไม้ก็เพียงพอ
– ไม่จำเป็นต้องกะระยะในการโยน ดอกไม้ถึงมือแขกผู้ร่วมงานแน่นอน
– ผู้ที่ได้รับช่อดอกไม้อาจมีได้มากกว่า 1 คน

ข้อสังเกต
        – เนื่องด้วยการใช้ริบบิ้นทำให้อาจต้องจำกัดจำนวนแขกผู้ร่วมงานให้ตรงตามจำนวนริบบิ้นที่เตรียมไว้ ทำให้แขกภายในมีส่วนร่วมแค่บางส่วน  ในที่นี้พิธีกรหรือเจ้าบ่าวเจ้าสาว อาจระบุชื่อ กลุ่มเพื่อน,หรือบุคคล ที่ต้องการไว้ตั้งแต่ต้นเพื่อให้ตรงตามจำนวนริบบิ้นที่เตรียมไว้ครับ
         – ต่อเนื่องจากข้อที่เเล้วสิ่งที่ต้องระวังและปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเจอมา คือ ในส่วนของริบบิ้นที่ผูกกับช่อดอกไม้เกิดการพันกันเองระหว่างเส้น ทำให้ดึงกันไม่หลุด ยิ่งเส้นริบบิ้นยาวและมีหลายเส้นมากเกินไปยิ่งมีโอกาสพันกันได้สูงมาก ทำให้ต้องมาลำบากแกะออก ช่วงนี้อาจทำให้พิธีการติดขัดได้
ในส่วนนี้ผมแนะนำว่า ริบบิ้นที่ผูกช่อดอกไม้ ไม่ควรยาวจะเกินไปรวมถึงจำนวนของริบบิ้นเตรียมไว้แค่พอประมาณ (6-7 เส้น โดยประมาณ) จะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับนึงครับ

ตัวอย่างการทำงานของวงดนตรี สำหรับช่วงโยงริบบิ้น

เมื่อมีผู้โชคดีได้รับช่อดอกไม้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พิธีกรอาจเชิญผู้โชคดีขึ้นมากล่าวอวยพรสั้นๆบนเวทีแก่คู่บ่าวสาว รวมถึงถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก เป็นอันจบช่วงของการโยนดอกไม้ครับ

ต่อมาจะเป็น
ช่วงของเซอร์ไพร์ส (อาจมีหรือไม่มีก็ได้)
ซึ่งช่วงนี้จริงๆแล้วถ้ามีอาจจะอยู่ก่อนการโยนดอกไม้ (ในช่วงที่พิธีกรสัมภาษณ์พูดคุยกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวคร่าวๆเสร็จ ก็ได้)  ซึ่งจะมีทั้งการเซอร์ไพร์สระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยกันเอง  เช่น การร้องเพลงเซอร์ไพร์สให้แก่กัน หรือ บางคู่เจ้าบ่าว เจ้าสาว สามารถเล่นเครื่องดนตรีได้ด้วย ก็เป็นตัวเลือกอีกแบบที่น่าสนใจครับ

หรือจะเป็นการแจกของขวัญ ของที่ระลึกให้แก่ผู้ร่วมงาน โดยอาจจะเป็นการจับฉลากจากบัตรคำอวยพร การลงทะเบียนหน้างาน หรือติดฉลากไว้ตามตำแหน่งโต๊ะ-เก้าอี้ของแขกผู้มาร่วมงาน เป็นต้นครับ

เมื่อเสร็จสิ้นช่วงโยนดอกไม้และเซอร์ไพร์สต่างๆแล้ว หลังจากนั้นพิธีกรจะทำหน้าที่เชิญให้คู่บ่าวเจ้าสาวจะกล่าวขอบคุณแขกผู้ร่วมงาน ญาติผู้ใหญ่ต่างๆ บนเวที แล้วจึงให้กับพิธีกรเพื่อกล่าวปิดงานและส่งต่อให้กับวงดนตรีเพื่อบรรเลงต่อจนกระทั่งแขกทยอยกลับ (ระกว่างนั้นคู่บ่าวสาว จะเดินแวะเวียนไปตามโต๊ะของแขกผู้ภายในงานเพื่อทักทาย และถ่ายรูปร่วมกัน จนกระทั่งครบทุกโต๊ะ จึงจะย้ายไปที่ตำแหน่งแบ็คดรอปด้านหน้างาน เพื่อถ่ายรูปกับแขกผู้ร่วมงานที่อาจจะยังไม่ได้ถ่ายรูปช่วงต้น ในส่วนที่เหลืออีกครั้ง) เป็นอันเสร็จสิ้นทั้งหมดครับ

ก็ถือว่า “พิธีการงานแต่งงานในช่วงเย็น”  ทั้งหมดเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ครับ

ผู้เขียน :
แม้ว่าการแต่งงานจะเป็นงานที่จะจัดครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิต คู่บ่าวสาวอาจมีอาการเครียด วิตกกังวลหรือทะเลาะกันบ้าง กลัวว่างานจะออกมาไม่ดีตามที่คาดหวัง อยากให้ใจเย็นๆ แบ่งหน้าที่และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีอะไรที่ต้องการภายในงานถูกใจหรือไม่ถูกใจก็พูดคุยกัน อย่าลืมว่ามันเป็นงานของคนทั้งคู่ ไม่ใช่งานของคนใดคนหนึ่ง
แนะนำว่าเมื่อได้วัน เวลา เเละสถานที่จัดงานที่แน่นอนแล้ว ก็ควรกำหนดแผนงาน (การแจกการ์ดเชิญ,เครื่องแต่งกาย,การตกแต่งสถานที่ ,อาหาร ,แขกภายในงาน, ช่วงพิธีการต่างๆ ฯลฯ) เมื่อได้รูปแบบที่แน่นอนแล้วก็ทำการแบ่งหน้าที่ เสร็จเรียบร้อยก็ทำการทบทวน  การกำหนดแผนงานไว้ล่วงหน้าก่อน เมื่อเจอข้อผิดพลาดจะทำให้มีเวลาแก้ไขเตรียมตัวได้ทัน เมื่อถึงเวลาจริงก็จะทำให้งานเป็นไปได้อย่างราบรื่นหรือมีข้อบกพร่องน้อยที่สุดครับ

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจและอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ บทความนี้อาจมีประโยนช์แก่คู่บ่าวสาวทุกท่านบ้างไม่มากก็น้อย  โดยท่านที่เพิ่งได้เข้ามาอ่านในส่วนนี้  สามารถอ่านบทความในส่วนก่อนได้ที่  ช่วงเปิดตัว Part.1 และ  ช่วงตัดเค้ก Part.2

“ขอให้คู่บ่าวสาวมีความสุขสมหวังใน งานแต่งงาน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการชีวิตคู่ นะครับ”

ขอบคุณครับ
สิทธิกานต์  บัวทอง
วงหัวกะทิ
https://www.facebook.com/HuaKaThiBand

 

 

Advertisements

งานแต่งงาน (งานเลี้ยงเย็น) มีพิธีการขั้นตอนอะไรยังไงบ้าง ? (Part.2)

มาต่อกันในช่วงหลังของพิธีการในงานแต่งงานช่วงเย็น มีอะไรต่อบ้าง ติดตามกันได้เลยครับ
หลังจาก พิธีการงานแต่ง Part.1 ทิ้งท้ายไว้ในส่วนของช่วง ประธาน ญาติผู้ใหญ่ กล่าวอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาว ต่อมาก็จะเป็นช่วงพิธีการตัดเค้ก ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีหลากหลายรูปแบบครับ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นการตัดเค้กเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นการรินเเชมเปญ หรือแม้กระทั่งการรดน้ำต้นไม้ซึ่งเป็นไอเดียประยุกต์ที่ดูทันสมัยขึ้นมาอีกแบบครับ

ในบทความนี้ขออนุญาติยกตัวอย่างเฉพาะการตัดเค้กซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานของช่วงพิธีการนี้นะครับ ในส่วนของการรินแชมเปญและการรดน้ำต้นไม้จะพูดถึงอีกครั้งในบทความต่อๆไปครับ

ช่วงพิธีการตัดเค้ก
ในช่วงนี้ก็จะเริ่มจากพิธีกรกล่าวเชิญคู่บ่าวสาวสู่โต๊ะที่จัดวางเค้กไว้
โดยเริ่มจากการจุดเทียนที่เชิงเทียน
15498_1588675468030818_5248534124572439348_n
จากนั้นจึงทำการตัดเค้กโดยใช้กระบี่ที่ทางสถานที่เตรียมไว้ให้
11902533_1700572686841095_2506332992734570002_n
เพื่อจำลองการตัดเค้กและทำการถ่ายรูป เมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อย ขั้นต่อไปคู่บ่าวสาวนำเค้กไปมอบให้แก่แขก, ญาติผู้ใหญ่ภายในงานครับ  ส่วนรูปแบบของตัวเค้กที่ใช้ในพิธีการนั้นน มีทั้งแบบ เค้กจำลอง (Mock-Up), เค้กจำลองบางส่วน ชั้นล่างเป็นเค้กจริง, และคัพเค้ก ขึ้นอยู่กับงบประมาณและไอเดียของแต่ละคู่ครับ

10353692_1591470034418028_373422929433984067_n

เค้กจำลอง  Mock-Up

10850232_1591464457751919_6866201047230337079_n
เค้กแบบ คัพเค้ก

ความแตกต่างของเค้กจำลองและเค้กแบบคัพเค้ก
เค้กจำลอง  Mock-Up 
– ถ่ายรูปออกมาสวยครับ ให้ฟิลลิ่งที่เหมือนเค้กจริง
(แนะนำว่าควรเช็คสภาพของเค้กจำลองของสถานที่หรือฝ่ายที่จัดงานนั้นๆ จากประสบการณ์ของผู้เขียนไปเจอ
มาบางครั้งสภาพเค้กดูไม่ได้เลยจริงๆครับ ตัวเค้กมีรอยดำ บางจุดแหว่ง เนื่องจากส่วนใหญ่ตัวเค้กจะทำจากโฟม ควรทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนนะครับ)
– ตกแต่งง่ายตามต้องการ ไม่ว่าจะต้องการกี่ชั้น มีพื้นที่ของตัวเค้กให้เลือกตกแต่งได้มากกว่า ในราคาที่ไม่สูงเท่า
เค้กจริง (ในกรณีเค้กจำลองผสมเค้กจริงก็จะมีราคาสูงขึ้นมาอีกหน่อยแต่ก็ไม่เท่าเค้กจริงทั้งหมด)

เค้กแบบคัพเค้ก
– ถ่ายรูปออกมารายละเอียดอาจจะไม่เท่าเค้กจำลอง ข้อนี้ขึ้นอยู่กับการจัดวางและความชอบของแต่ล่ะคู่ครับ
สะดวกสำหรับจัดใส่จานเพื่อนำเค้กไปมอบให้กับแขกและญาติผู้ใหญ่ภายในงาน
– พื้นที่สำหรับตกแต่งตัวเค้กน้อย

** ในช่วงหลังจากตัดเค้กเสร็จเรียบร้อยควรมีผู้ช่วยไม่ว่าจะเป็นทางเพื่อนของคู่บ่าวสาวเอง หรือบุคลากรของสถานที่นั้นๆ ในการนำเค้กแต่ละให้คู่บ่าวสาวเพื่อนำไปมอบให้แขกแต่ละโต๊ะ อย่างรวดเร็วและราบรื่น มีบางงานที่ผู้เขียนพบเจอหลังจากคู่บ่าวสาวตัดเค้กเสร็จเเล้วไม่มีผู้ช่วยจัดเค้ก คู่บ่าวสาวต้องเดินไปเดินมาเองระหว่างโต๊ะญาติผู้ใหญ่กับโต๊ะเค้กบนเวทีทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก

นี่คือรายละเอียดคร่าวๆของตัวเค้กที่ใช้ในช่วงพิธีการนะครับ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ขนมอย่างอื่นแทนเค้กได้อย่างเช่น ขนมไทยต่างๆ แล้วแต่ไอเดียของแต่ละคู่ที่จะนำมาประยุกต์ใช้ครับ
——————————————————————–
ช่วงที่คู่บ่าวสาวกำลังเดินสู่โต๊ะที่ตั้งเค้กไว้ ก็จะเป็นคิวของอุปกรณ์สร้างบรรยากาศต่างๆ ซึ่งโดยทำไปแล้วจะมีอุปกรณ์หลักๆดังนี้ ครับ

DryIce
เครื่องทำดรายไอซ์
ข้อดี
– ครอบคลุมพื้นที่ได้มาก สร้างบรรยากาศภายในงานได้เป็นอย่างดี นิยมใช้ในช่วงเปิดตัวด้วยเช่นกัน
– สะดวกต่อการถ่ายรูปของช่างภาพ ถ่ายรูปออกมาสวย
ข้อเสีย

– มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสำหรับการเช่าใช้แต่ละครั้ง
– ในบางรายอาจมีอาการแพ้เกิดขึ้น
* ไม่นิยมใช้เครื่องทำสโม๊ค (Smog) เพราะมีกลิ่น และฟุ้งกระจายในอากาศมากกว่าดรายไอซ์ซึ่งจะลอยต่ำเลียบพื้น ทำให้การถ่ายรูปของช่างภาพยากมากขึ้นด้วย  Smog จึงเหมาะกับงานแสดงโชว์ต่างๆ รวมถึงงานเลี้ยงสังสรรค์มากกว่าครับ

เครื่องทำสโมคอัตโนมัติ
1265350344
———————————————————————
เครื่องเป่าฟองสบู่อัตโนมัติ
บางงานประยุกต์ให้ทางเพื่อนเจ้าบ่าวสาวใช้ปืนเป่าลูกโป่งยืนล้อมวงบริเวณโต๊ะที่ใช้ตัดเค้กแทนครับ ซึ่งทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้ครับ

bubble
ข้อดี
– ได้ฟองสบู่มากกว่าปืนเป่าฟองสบู่ครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วบริเวณมากกว่าหากวางตำแหน่งได้ถูกต้อง
– สะดวกสำหรับช่างกล้องในการถ่ายรูป ได้ภาพที่ออกมาสวยงาม

10418930_1581211108777254_7470768773869615251_n
ข้อเสีย
– ต้องจัดวางในตำแหน่งให้ถูกต้อง เพราะไม่สามารถควบคุมทิศทางของฟองสบู่ได้ หากวางไม่ถูกตำแหน่งจะทำให้ฟองน้ำลอยไปไม่ถึงบริเวณพิธีการ
– ราคาสำหรับการเช่าแต่ละครั้ง อาจจะไม่คุ้มค่าเพราะใช้เเค่ช่วงเดียวระยะเวลาสั้นๆ (บางคู่อาจจะใช้ช่วงเปิดตัวด้วยก็ได้เช่นกัน แต่จะไม่ครอบคลุมเพิ่มในช่วงการเดินจากหน้าประตูส่วนเวทีครับ)

wuy59s
ปืนเป่าฟองสบู่
ข้อดี
– ได้ในเรื่องของความเป็นกันเองดูอบอุ่น เพราะมีเพื่อนคู่บ่าวสาวล้อมรอบ (อาจจะต้องมีธีมเครื่องแต่งกายสำหรับเพื่อนคู่บ่าวสาวเพื่อให้ดูกลมกลืนกันครับ)
– ราคาถูก
ข้อเสีย
– หากพื้นที่น้อย การที่ให้เพื่อนคู่บ่าวสาวมายืนล้อมรอบ จะทำให้ดูไม่เรียบร้อย แออัดและคับแคบมาก
– ค่อนข้างเลอะเทอะ เพราะจะมีน้ำจากฟองสบู่ไหลออกมาตลอดเวลาที่ทำการยิงฟองสบู่ออกมา

อุปกรณ์ที่กล่าวมาไม่ได้เป็นอุปกรณ์ตายตัวว่าจะต้องมีครบทุกอย่าง คู่บ่าวสาวสามารถเลือกบางอย่าง เพิ่มเติมหรือประยุกต์อุปกรณ์อื่นตามต้องการได้ครับ

ต่อมาจะกล่าวถึง ส่วนหนึ่งในช่วงตัดเค้กก็คือส่วนของดนตรี (ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรีหรือการเปิดเพลง) โดยจะเริ่มตั้งแต่พิธีกรกล่าวเชิญคู่บ่าวสาวตัดเค้กจบ โดย เพลงช่วงพิธีการตัดเค้ก ที่แนะนำควรจะเป็นเพลงในจังหวะช้าหรือความเร็วปานกลาง ขึ้นอยู่กับคู่บ่าวสาวว่าอยากให้บรรยากาศออกมาในแนวโรแมนติคหรือว่าสดใส สนุกสนานครับ

ตัวอย่างการบรรเลงของวงดนตรีในช่วงการตัดเค้ก

การใช้เพลงจังหวะช้า

การใช้เพลงในจังหวะเร็วปานกลาง

ลักษณะการบรรเลงสำหรับวงดนตรีนั้นก็จะมีอยู่หลักๆ 2 รูปแบบในช่วงการตัดเค้กก็คือ
1.ใช้เพลงตามที่คู่บ่าวสาวต้องการ บรรเลงแบบมีผู้ร้องหรือบรรเลงเป็นทำนองตั้งแต่ต้นจนจบเพลง โดยอาจเพิ่มท่อนที่เป็นช่วงโซโล่ของเครื่องดนตรีที่เป็นเมโลดี้ เพื่อความยาวที่เพียงพอเริ่มตั้งแต่ช่วงคู่บ่าวสาวเดินไปที่โต๊ะเพื่อทำการตัดเค้กไปจนถึงคู่บ่าวสาวนำเค้กไปมอบให้แขก ญาติผู้ใหญ่ภายในงานเสร็จ จนคู่บ่าวสาวกลับขึ้นมาบนเวทีเพื่อเข้าสู่พิธีการช่วงต่อไป

2.ใช้เพลงตามที่คู่บ่าวสาวต้องการเช่นกัน บรรเลงแบบมีผู้ร้องหรือบรรเลงเป็นทำนองตั้งแต่ต้นจนจบเพลง เมื่อจบเพลงทำการขึ้นบทเพลงใหม่จนจบเพลงไปเรื่อยๆโดยเพลงที่ใช้จะมีจังหวะใกล้เคียงกันทั้งหมด จนคู่บ่าวสาวกลับขึ้นมาบนเวทีเพื่อเข้าสู่พิธีการช่วงต่อไป

ลักษณะการเปิดแผ่นเพลง
สามารถเลือกเพลงตามที่คู่บ่าวสาวต้องการ อาจใช้เป็นเพลงเวอร์ชั่นต้นฉบับแบบที่มีเสียงร้องหรือในเวอร์ชั่น คัฟเวอร์ (Cover.) ต่างๆ ซึ่งมีทั้งแบบมีเสียงร้องและบรรเลงโดยเครื่องดนตรีต่างๆ หลากหลายรูปแบบตามต้องการ หากต้องการความต่อเนื่องของเพลงควรตัดต่อเพลงให้เรียบร้อย แนะนำว่าควรใช้เพลงที่มีจังหวะใกล้เคียงกันเพื่ออารมณ์ที่ต่อเนื่องของบทเพลงและบรรยากาศครับ

ตัวอย่างการทำงานร่วมกัน ระหว่างอุปกรณ์สร้างบรรยากาศ “เครื่องทำดรายไอซ์” – “เครื่องเป่าฟองสบู่อัตโนมัติ ” และ “วงดนตรี”

เป็นยังไงบ้างครับ จบไปแล้วกับช่วงพิธีการตัดเค้ก ซึ่งอยู่ในช่วงเกือบท้ายๆ ของพิธีการทั้งหมดแล้ว บทความหน้าจะเป็นส่วนของ ช่วงพิธีโยนช่อดอกไม้กันนะครับ  ส่วนใครยังไม่ได้อ่านในพิธีการช่วงแรกๆว่ามีอะไรบ้าง ไปที่นี่เลยครับ >> พิธีการงานแต่ง Part.1

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ
สิทธิกานต์   บัวทอง
Hua Ka Thi Band

งานแต่งงาน (งานเลี้ยงเย็น) มีพิธีการขั้นตอนอะไรยังไงบ้าง ? (Part. 1)

ในบทความนี้จะกล่าวถึงงานเลี้ยงในงานแต่งงานช่วงเย็น ส่วนในงานช่วงเช้าจะกล่าวถึงในบทต่อๆไปครับ

1495538_1428221644076202_1556384676_n

พิธีการในงานแต่งเย็น (งานเลี้ยง) มีอะไรบ้าง ??
โดยทั่วไปแล้วพิธีการต่างๆ ในช่วงเย็นจะไม่ได้มีรายละเอียดหรือขั้นตอนที่ซับซ้อนอะไรมาก ต่างจากพิธีการในช่วงเช้า โดยในงานเลี้ยงตอนเย็นนั้นจากประสบการณ์ของผู้เขียนนั้นจะเป็นการเลี้ยงขอบคุณแขกผู้ร่วมงานและมีพิธีการต่างๆ ดังนี้

ช่วงวิดีโอแนะนำตัว (Presentation) ของคู่บ่าว-สาว
ลำดับขั้นตอนแรกในการเริ่มต้นพิธีการ หลังจากเริ่มต้นด้วยพิธีกรกล่าวทักทายแขกผู้ร่วมงานเพื่อเป็นสัญญาณในการเริ่มต้นพิธีการในช่วงเย็น โดยจะเริ่มด้วยพรีเซ็นเทชั่น (Presentation)เพื่อเป็นการแนะนำตัว บอกประวัติความเป็นมาของคู่บ่าวสาว รวมไปถึงเรื่องราวการเริ่มต้นความรักของทั้งสอง ซึ่งระยเวลาของตัววิดีโอพรีเซ็นเทชั่นในช่วงนี้ไม่ควรจะเกิน 10 นาที
(เพราะฉะนั้นการทำพรีเซ็นเทชั่นนั้น จึงควรคำนึงถึงใจความสำคัญหรือเนื้อเรื่องความที่กระชับ เข้าใจง่ายเพื่อความรวดเร็วในการสื่อสารเป็นหลัก แต่หากต้องการทำพรีเซ็นเทชั่นที่มีความยาว
ก็ควรที่จะต้องมีจุดสนใจ มีแรงแรงดึงดูดที่สามารถดึงแขกผู้ร่วมงานที่รับชมอยู่นั้นเกิดความสนใจและมีส่วนร่วมไปในพรีเซ็นเทชั่นของเรา โดยไม่เกิดอาการเบื่อหน่ายหรือรำคาญไปซะก่อน โดยอาจเป็นมุขตลกขำขัน สอดแทรกอยู่ในเรื่องราว การดำเนินเนื้อเรื่องต่างๆ ของทั้งคู่ แต่ทั้งหมดนี้ก็ควรจะคำนึงถึงกาละเทศะ ความเหมาะสมด้วย หลังจากนั้นถัดมาจึงเข้าสู่พิธีการในช่วงต่อไป

ช่วงพิธีเปิดตัวคู่บ่าว-สาว
ช่วงเวลาสำคัญที่ดูจะเป็นเหมือนสิ่งที่เจ้าสาวทุกคนใฝ่ฝันนั่นก็คือ ช่วงการเปิดตัวคู่บ่าวสาวโดยจะเป็นการเดินเข้าสู่งานและขึ้นบนเวทีเพื่อกล่าวทักทายแขกผู้ร่วมงาน และพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับทั้งสองเป็นช่วงสั้นๆ โดยส่วนใหญ่นั้นจะเริ่มเดินจากประตูห้องด้านหน้าของห้องจัดเลี้ยง (กรณีที่เป็นโรงแรม หรือห้องจัดเลี้ยงอื่นๆ) หรืออาจเป็นจุดใดจุดหนึ่งภายในงาน และจบลงที่เวทีเพื่อที่คู่บ่าวสาวจะได้ขึ้นมากล่าวทักทายแขกผู้ร่วมงาน รวมถึงพูดคุยระหว่างคู่บ่าวสาวและพิธีกรในเรื่องราวต่างๆของคู่บ่าวสาว ระยะเวลาช่วงการเดินจะอยู่ที่ 2-3 นาที และการทักทายและพูดคุยบนเวทีประมาณ 5 นาที เมื่อเสร็จสิ้นจึงเข้าสู่ช่วงต่อไป

-ในส่วนของดนตรีในช่วงนี้ (ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรีหรือการเปิดเพลง) ก็จะเริ่มบรรเลงตั้งแต่พิธีกรกล่าวเชิญคู่บ่าวสาวเข้าสู่งานเพื่อเดินขึ้นเวที โดย เพลงช่วงพิธีการเปิดตัวคู่บ่าวสาว ที่แนะนำควรจะเป็นเพลงในจังหวะช้าหรือความเร็วปานกลาง ขึ้นอยู่กับคู่บ่าวสาวว่าอยากให้บรรยากาศออกมาในแนวโรแมนติคหรือว่าสดใส สนุกสนานครับ

ตัวอย่างการบรรเลงของวงดนตรีในช่วงเปิดตัวคู่บ่าวสาว


    ในการบรรเลงในช่วงนี้นั้นส่วนใหญ่จะใช้บทเพลงที่คู่บ่าวสาวต้องการโดยใช้ ส่วนใดส่วนหนึ่งของบทเพลงนั้นๆ เช่น ท่อนอินโทร ,ท่อนฮุค,ท่อนบริจ ของบทเพลง โดยขึ้นอยู่กับระยะทางการเดินของคู่บ่าวสาวจากทางเข้างานไปจนถึงเดินขึ้นบทเวทีเป็นที่เรียบร้อย

ลักษณะการบรรเลงสำหรับวงดนตรีในช่วงเปิดตัวคู่บ่าวสาว
ใช้เพลงตามที่คู่บ่าวสาวต้องการ บรรเลงแบบมีผู้ร้องหรือบรรเลงเป็นทำนองโดยเริ่มที่ท่อนใดท่อนนึง ซึ่งเป็นท่อนที่มีความหมายของเพลงนั้นๆชัดเจนที่สุด (ไม่ว่าจะเป็นท่อนอินโทร ,ท่อนฮุค,ท่อนบริจ ของบทเพลงนั้นๆ) ไปจนกระทั่งคู่บ่าวสาวเดินขึ้นเวทีเป็นที่เรียบร้อย

ลักษณะการเปิดแผ่นเพลง
สามารถ เลือกเพลงตามที่คู่บ่าวสาวต้องการ อาจใช้เป็นเพลงเวอร์ชั่นต้นฉบับแบบที่มีเสียงร้องหรือในเวอร์ชั่น คัฟเวอร์ (Cover.) ต่างๆ ซึ่งมีทั้งแบบมีเสียงร้องและบรรเลงโดยเครื่องดนตรีต่างๆ หลากหลายรูปแบบตามต้องการ
*แนะนำว่าควรเลือกใช้เป็นบางท่อนของบทเพลง (ท่อนอินโทร ,ท่อนฮุค,ท่อนบริจ ของบทเพลงนั้นๆ) ไม่ควรใช้เพลงนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ ควรคำนวนระยะเวลาในการเดินกับการเปิดเพลงให้พอดีกันหรือเผื่อตัวเพลงไว้กันผิดพลาด และควรมีคนคอยปิดตัวเพลงเมื่อคู่บ่าวสาวเดินขึ้นเวทีเป็นที่เรียบร้อย

ช่วงประธาน ญาติผู้ใหญ่ กล่าวอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาว
ช่วงนี้จะเป็นการกล่าวอวยพร โดยเริ่มจากการเชิญประธานในพิธี รวมถึงพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นกล่าวอวยพรให้แก่คู่บ่าวสาว ระยะเวลาในช่วงนี้ไม่ควรเกินคนละ 5 นาที เพื่อเป็นการรวบรัดและได้ใจความ ไม่ทำให้แขกผู้ร่วมงานเกิดความเบื่อหน่ายหรือรำคาญไปซะก่อน ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวที่ติดๆขัดๆ การกล่าววกไปวนมาซ้ำใจความเดิม รวมไปถึงการกล่าวอวยพรที่ยาวมาก ผมจึงอยากจะเเนะนำว่า ผู้กล่าวอวยพรควรที่จะมีการจดเป็นสคริป เพื่อเป็นรวบรวมใจความสำคัญต่างๆ รวมถึงเป็นการกำหนดระยะเวลาในการพูดไปในตัวอีกด้วย

1505005_1426950457536654_598194058_n

ยังไม่หมดนะครับ ตอนนี้ช่วงพิธีการที่กล่าวมาก็ดำเนินมาถึงครึ่งทางของช่วงพิธีการทั้งหมดนะครับ ยังมีพิธีการสำคัญอื่นๆอีก ติดตามต่อได้ในบทความ พิธีการแต่งงาน Part.2 ได้เลยครับผม

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ
สิทธิกานต์   บัวทอง
Hua Ka Thi Band

สถานที่จัดงาน สำคัญไฉน ?

รูปภาพ
สถานที่จัดงาน สำคัญไฉน ?

ปัจจัยหลักในการจัดงานพิธีแต่งงานในสถานที่ต่างๆ เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอันดับแรก คู่แต่งงานหลายท่านมักจะเลือกจัดงานในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมต่างๆ หรือบางท่านอาจเลือกสถานที่ที่จัดงานแต่งงานโดยเฉพาะ (ร้านอาหาร ลานพิธี เรือนไทย ฯลฯ) เหล่านี้ขึ้นอยู่กับความพอใจ งบประมาณ ความสะดวกของคู่บ่าวสาว
เมื่อเลือกสถานที่ได้แล้ว ก็จำต้องติดต่อกับสถานที่นั้นๆ ผ่านทางเจ้าของสถานที่ ออกาไนท์ที่รับจัดงานต่างๆ เวลาการจัดเลี้ยง รูปแบบงาน อาหารที่ใช้ในการจัดเลี้ยง การตกแต่งต่างๆ ภายในงาน เครื่องเสียง วงดนตรี ฯลฯ เหล่านี้จึงถือว่าเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับคู่บ่าวสาวที่กำลังจะจัดงาน แต่งงานครั้งสำคัญในชีวิตกันเลยทีเดียว
ในส่วนนี้จะไม่ขอเจาะลึกลงไปในรายละเอียดเพราะผมเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ เรื่องนี้โดยตรง แต่อยากแนะนำว่าควรเลือกสถานที่ให้เหมาะสมกับจำนวนแขกที่เชิญมา ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป (มีหลายงานที่ตัวผมเองไป คู่แต่งงานจัดเตรียมโต๊ะไว้เยอะมากๆ 20-30 โต๊ะ แต่เอาเข้าจริงๆกลับมีประมาณ 15-16 โต๊ะ จึงทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ) ควรจะคำนึงถึงรายจ่ายกับความเหมาะสมของงานให้มากที่สุด อะไรบางอย่างที่แพงไป หรือสิทธิที่ควรจะได้ในราคาที่เราจ่ายไปก็ควรถามให้ละเอียดจะได้ไม่เสียดาย ทีหลัง (โดยเฉพาะถ้าเป็นการจัดงานผ่านออกาไนซ์ต่างๆ ซึ่งมีหลากหลายคู่ที่ไม่ถามให้ละเอียดเรียบร้อยในเรื่องที่ตนเองยังสงสัย พอจบงานแล้วก็ไม่สามารถไปเรียกร้องอะไรได้ จึงควรตรวจสอบให้ถี่ถ้วนครับ)

ปัญหาที่พบเกี่ยวกับสถานที่นั้นก็จะกล่าวรวมๆ จากประสบการณ์ที่ได้พบเจอมา อย่างเช่น
ความไม่พร้อมหรือขัดข้องจากการบริการของสถานที่นั้นๆ เช่นการบริการของพนักงาน การขัดข้องของเครื่องเสียง ความสม่ำเสมอของอาหารในเวลาจัดเลี้ยง (มีหลายครั้งที่อาหารหมดก่อน ทั้งที่แขกยังรับประทานไม่เสร็จ/การเคลียร์อาหารต่างๆเร็วเกินไป) สถานที่มีความคับแคบไม่พอกับจำนวนแขก สถานที่ไม่รองรับการจัดการแสดงวงดนตรีพรีเซนเทชั่นเปิดตัว ฯลฯ เหล่านี้เป็นปัญหาเบื้องต้นที่คู่แต่งงาน ควรจะทำการตรวจสอบขั้นตอนการจัดงานอย่างละเอียด เพราะเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น งานที่เตรียมไว้อย่างดีก็อาจจะทำให้ดรอปลงไปได้เลยเช่นกันครับ

งานแต่งงาน

1505005_1426950457536654_598194058_nงานแต่งงาน
เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอีกงานหนึ่งของคู่รักหลายๆคู่ โดยก่อนที่จะเริ่มต้นของการสร้างครอบครัวจำจะต้องผ่านเหตุการณ์นี้ก่อนทุกคู่ไปไม่ว่าจะเป็นงานเล็กๆ หรืองานใหญ่ๆก็ตาม
ดังนั้นจึงไม่เเปลกใจเลยที่คู่รักหลากหลายคู่จึงอยากให้งานของตัวเองนั้น เป็นงานที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าคู่รักบางคู่อาจจะมีงบประมาณที่จำกัดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของงาน เริ่มตั้งแต่สถานที่ บรรยากาศ วงดนตรี อาหาร พิธีการต่างๆ ฯนฯ เหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหาที่บางครั้งเหมือนจะเล็กน้อยแต่เอาเข้าจริงๆ ปัญหาที่ดูเหมือนจะเล็กๆ กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาทันที
หนึ่งในนั้นผมจะกล่าวถึงลำดับพิธีการต่างๆในงาน ตัวผมเองก็ได้มีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งงานหลายครั้ง (ไม่ว่าจะเป็นในฐานะแขกรับเชิญ หรือตัวนักดนตรีเอง) หลากหลายงาน
การจัดคิว รันคิวพิธีการต่างๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่มีติดขัด แต่บางงานเล็กๆน้อย อย่างไมค์ดับ พิธีกรกล่าวเร็วไป การขัดข้องทางเทคนิคต่างๆ ทำให้งานที่ดำเนินการมาอย่างดีกลับ
ดรอปลงอย่างน่าเสียดาย ตัวผมเองจะพูดถึงแค่ส่วนของวงดนตรีที่ใช้ในช่วงพิธีการที่ถือว่า
มีความสำคัญเช่นกัน โดยจะกล่าวถึงในบทต่อไปๆครับ